ประเด็นร้อนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026 คือการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงเสียง หรือการตัดต่อใบหน้า (Deepfake) เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลใกล้ชิด การอัปเดตความรู้ให้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเหล่านี้ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการรักษาทรัพย์สินของคนวัยทำงาน
1. รูปแบบ ภัยไซเบอร์ ที่คนยุคดิจิทัลต้องระวัง
ผู้ไม่หวังดีในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งข้อความสั้น (SMS) แนบลิงก์ปลอมอีกต่อไป แต่ก้าวล้ำไปถึงการสร้างแอปพลิเคชันการลงทุนเถื่อนที่หน้าตาเหมือนของจริงทุกประการ
1.1 วิดีโอคอลปลอมและการแอบอ้าง
อาชญากรทางเทคโนโลยีมักจะใช้วิธีดึงข้อมูลภาพและเสียงจากโซเชียลมีเดียของเหยื่อ นำมาประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์เพื่อสร้างวิดีโอคอลปลอม หลอกยืมเงินคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท นอกจากนี้ยังมีการส่งเอกสารราชการปลอมผ่านแอปพลิเคชันแชท เพื่อสร้างความตื่นตระหนกและล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบบัญชี” ซึ่งเป็นกลโกงคลาสสิกที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่แนบเนียนขึ้น
2. วิธีป้องกันและตั้งค่าความปลอดภัยขั้นสูงสุด
การมีสติและการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ คือด่านแรกของการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
2.1 ยืนยันตัวตนและจำกัดวงเงิน
หากได้รับสายวิดีโอคอลที่ขอยืมเงินเร่งด่วน ควรตั้งคำถามส่วนตัวที่รู้กันแค่สองคนเพื่อทดสอบคู่สนทนา หรือวางสายแล้วโทรศัพท์กลับด้วยเบอร์มือถือปกติ นอกจากนี้ ควรเข้าไปตั้งค่าเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA) ในทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงการจำกัดวงเงินการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายรายวัน หากพบความผิดปกติสามารถกดปุ่มล็อกบัญชีชั่วคราวผ่านแอปได้ทันที เพียงเท่านี้คุณก็สามารถปกป้องเงินในกระเป๋าได้อย่างปลอดภัย 100% ครับ!
(ติดตามข่าวสารเตือนภัยออนไลน์: กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ – อัปเดตกลโกงล่าสุด)
(บทความแนะนำเพิ่มเติม: 3 วิธีเช็คภาพและเสียงจาก AI ก่อนตกเป็นเหยื่อ 2026)